ปี 2009 ที่ผ่านมา มีอะไรบ้าง

มกราคม 24, 2010 ที่ 11:01 pm | เขียนใน บันทึกชีวิต | 7 ความเห็น
ป้ายกำกับ: ,

ไม่อัพบล็อคนาน ปีที่แล้วก็อยากจะเขียนเรื่องนี้แต่ไม่ได้เขียน หาเวลาไม่ได้เลย ยังไงก็สรุปชีวิตมหาลัยไว้สั้นๆ หน่อยดีกว่า

  • ปี 1 – ปีแห่งการเริ่มต้น เพื่อนใหม่ เข้าวิศวะคอมเกษตรโดยที่ไม่มีเพื่อนจากโรงเรียนเก่าเข้าเป็นเพื่อนเลย ตอนนั้นจำได้ว่า happy มากๆ ทีเดียว พอใจกับสังคมใหม่มากๆ และปีนี้เองที่รู้จักกับปลั๊ก ร่วมทำ NSC เกม The Guru แต่ก็ตกรอบมา แต่ได้ฝึกการเขียน OO ใน C# แบบเต็มๆ ในปีนี้
  • ปี 2 – เป็นปีที่ไม่ได้ความรู้ใหม่สักเท่าไหร่ แต่เป็นปีที่ได้เริ่มรับงานข้างนอกมาทำ โดยรับทำ flash ให้ สหมงคลฟิล์ม โดยร่วมงานกับกัตครั้งแรกในปีนี้ และงานเว็บ resort andalanta.com ที่รับมาทำคนเดียวในช่วงแรก และโยนให้บู่ทำต่อในปี 3 ได้ประสบการณ์การรับงานครั้งแรกในชีวิตมา
  • ปี 3 – เนื่องจากปี 2 ไม่มีความรู้ใหม่ๆ เกิดขึ้นเลย ปีนี้จึงมุ่งมั่นเต็มที่กับการหาความรู้อย่างเต็มที่ เริ่มเล่น Firefox จริงจัง มีงานสัมนาอะไรก็พยายามจะไปบ่อยๆ ได้ประสบการณ์เทคโนโลยีทั้ง php framework, javascript framework, css ทั้งหมดจากปีนี้ และพบพี่จุ๋งที่งาน opensource ที่มาจัดเมืองไทย เลยได้นามบัตรมา ใช้เส้นขอเข้า lab SETEC ที่ nectec ตอนฝึกงานซะเลย ตอนนั้นหวังว่าจะได้เขียน Ruby on Rails อย่างมาก แต่ก็ต้องผิดหวังเพราะเพื่อนร่วมงานไม่ไหว เลยต้องใช้ php framework ตามเดิม ส่วน ruby ก็อ่านเอง เขียนเองเล่นๆ ไป ในช่วงปลายปี 3 รับงานประชุมวิชาการ ECTI จากอาจารย์วุฒิพงษ์มาทำรวมกับเพื่อนๆ อีกหลายคน (รวมถึงทำงานกับเบ๊วครั้งแรก) ได้ประสบการณ์การทำงานเป็นทีมเป็นครั้งแรกในชื่อ Xisteam
  • ปี 4 – ต้นปีเสียดายนิดหน่อยที่คิดโปรเจคจบเจ๋งๆ ไม่ได้เลย สุดท้ายจึงขอทำเกี่ยวกับ usability ของเว็บงานประชุมวิชาการ เนื่องจากตอนนั้นงานประชุมวิชาการก็หนักเอาการอยู่ และสุดท้ายก็ส่ง NSC ที่ไม่ได้ส่งมา 2 ปีจึงคิดไอเดีย “จส.100 online” ผ่านมือถือออกมา น่าเศร้าที่สุดท้ายก็มีเวลาทำจริงๆ แค่อาทิตย์เดียวเนื่องจากติดทำโปรเจคจบอันวุ่นวาย จึงตกรอบอย่างไม่ต้องสงสัย แต่ปีนี้ประสบการณ์การทำงานแบบ production เปิดเว็บให้คนใช้จริงเริ่มเข้ามาเต็มที่ผ่านเว็บประชุมวิชาการ ได้ประสบการณ์การติดต่อคน เรียนรู้ process ระหว่างคนอย่างมาก เกือบทนความกดดันไม่ไหวยอมแพ้แล้วเลิกทำเหมือนกัน แต่ก็ผ่านมาได้ และในช่วงเทอมแรกก็รับทำ project folimy ให้อ.ภุชงค์ไปด้วย (คิดดูดีๆ รับงานซะ overheat เลยแหะเรา) เป็นปีที่นอนไม่พอเกือบทั้งปีเลย

แล้วชีวิตมหาลัยก็จบลง เข้าสู่ชีวิตวัยทำงาน timeline ชีวิตปี 2009 ก็ประมาณนี้

  • เดือนมกราคม ยังง่วนกับโปรเจคจบแทบตาย และเริ่มมองหาบริษัทที่จะเข้าไปทำงานด้วย โดยเล็งจะเข้าบริษัทเล็กๆ ที่ success ด้านการทำเว็บ อยากเข้า Codegent เลยไปงาน meeting ruby (ตั้งแต่เดือนธันวา) เพื่อคุยกับพี่เหน่ง @punneng แต่เริ่มเข้าสู่ช่วงพิษเศรษฐกิจพอดี พี่เขาจึงยังไม่มีนโยบายรับคนใหม่ช่วงนี้
  • เดือนกุมภาพันธ์ แห้วจาก codegent ก็ไปตื๊อพี่ป๊อก @pphetra ต่อ จนในที่สุดก็ขอเข้าไปดูที่ทำงานพี่ป๊อกได้สำเร็จ (ตื๊อแบบน่าเกลียดอยู่หลายครั้ง 55) เข้าไปก็โอเค บรรยากาศดี แต่เป็นบริษัทเน้นรับ outsource เลยไม่ถูกใจสักเท่าไร แอบฝันอยากทำเองเป็นเว็บที่ให้บริการอะไรที่ยืนด้วยตัวเองได้ แล้วก็เลยขอคำแนะนำกับพี่ป๊อกซะเลยเรื่องเพื่อนๆ จะตั้งบริษัทกันเอง ได้รับคำตอบว่า “ถึงจะทำกับเพื่อนแล้วเจ๊งก็ไม่เห็นเป็นไร อย่างน้อยก็ได้ประสบการณ์” จากเดิมที่เค้านัดเตรียมจะสัมภาษณ์กับเจ้าของบริษัทพี่เค้าไว้ ผมตัดสินใจได้ในวินาทีนั้นเลย และบอกพี่ป๊อกไปทันทีว่า “โอเคครับพี่ ขอบคุณมากครับ ผมขอไปทำบริษัทกับเพื่อนละกันครับ”
  • เดือนมีนาคม เริ่มคุยกับเพื่อนเรื่องตั้งบริษัท รวมกลุ่มได้ 4 คนมี ผม, ปลั๊ก, กัต, เบ๊ว ตั้งเป้าหมายเป็นบริษัทเกมจริงจังและได้ไปรับ job ทำงานเกม Olay ที่ Rainmaker รู้สึกดีที่ได้ลองไปดูออฟฟิศที่อื่นว่าเค้ามีบรรยากาศยังไงบ้าง
  • เดือนเมษายน ยังคงเข้า Rainmaker อยู่ แต่ช่วงนี้ไปเข้าคอร์สเรียนการทำธุรกิจที่ Software Park ได้ความรู้เข้าหัวมากมาย แต่จากที่ผมผ่านความกดดันตอนทำงานประชุมวิชาการมา พอเรียนรู้ที่ Software Park ทำให้ได้เห็นประโยชน์จากประสบการณ์การทำงานเว็บประชุมวิชาการมากกว่าแต่ก่อนมาก เหมือนเป็นเส้นบางๆ ที่ก้าวข้ามผ่านมา จากเดิมที่เหนื่อยแทบขาดใจจนลังเลว่าจะทิ้งงานประชุมวิชาการไปดีหรือไม่
  • เดือนพฤษภาคม ย้ายไปทำงานหลักๆ ที่ออฟฟิศ(บ้านกัต) มีการจดทะเบียนเป็นทางการเรียบร้อย แต่ปลายเดือนนี้เองที่ผมพบปัญหาครอบครัวที่ใหญ่ที่สุดในชีวิตมาอีกปัญหา จนต้องขอลางานเป็นพักๆ
  • เดือนมิถุนายน ปัญหาครอบครัวยังไม่จบ จนต้องลางานทั้งอาทิตย์เพื่อสะสาง เมื่อพอจะดูโอเคจึงกลับไปทำงานต่อ เริ่มศึกษา Facebook API และเริ่มทำ เริ่มออกแบบโปรเจค UMBO!
  • เดือนกรกฎาคม รับปริญญาด้วยเกรด 3.24 ขาดไป 0.01 จะได้เกียรตินิยม กร๊ากกกก (แต่เกียรตินิยมตอนนี้ก็แทบไม่มีผลอะไร เพราะทำบริษัทเอง) และเริ่มโปรเจค UMBO! แบบจริงจัง
  • เดือนสิงหาคม ไม่มีอะไร ทำ UMBO! อย่างเดียว
  • เดือนกันยายน ไปเข้าประกวดงาน SIPA Game Contest 2009 ชนะเลิศ ตอนนั้นอึ้งสุดๆ ไปเลย แต่หลังจาก present เสร็จก็ไปทริปภาคต่อทันที 55 ปลายเดือนเริ่มทำโปรเจค Planet ที่เปิดเวอร์ชั่นแรกภายใน 25 ชั่วโมง นับตั้งแต่เริ่มคุย ร่างลงกระดาษ และ coding แบบไม่หลับไม่นอน (ตอนนั้นทำไปได้ไงวะ)
  • เดือนตุลาคม ค่อยๆ ปรับสมดุลเกม Planet ไปเรื่อย และไป wawee ครั้งแรกพร้อมกัต ได้เจออ.ธันยวัชร์ (@mktmag) ดูอ.แกตื่นเต้นกับเกม Planet ที่พวกผมทำมาก ไปที่ไหนก็เอ่ยถึงตลอด เขิล 😛 และก็ลางานไปอีกอาทิตย์นึงเพราะปัญหาครอบครัว (อีกแล้ว)
  • เดือนพฤศจิกายน ไปออกงาน เข้างานสังคมมากมายสารพัด และมีนิตยสารมาสัมภาษณ์เกมไปลงข่าว
  • เดือนธันวาคม ไปออกรายการวิทยุที่ @mcotdotnet กับกัต โอว ครั้งหนึ่งในชีวิต 🙂 และได้คุยกับพี่ปรีชาเรื่อง publish เกม UMBO! จริงจัง และปั่น UMBO! เวอร์ชั่นปรับปรุงแบบจริงจัง รวมไปถึงงานเกม facebook โปรโมท Amino Plus ของ Oishi ที่งานเร่งสุดๆ – -” ทำเอาไม่ได้กลับบ้านเดือนนึง

โอว จบซักที ปีนี้นับเป็นปีที่ชีวิตผมเปลี่ยนไปมากที่สุด เจอชีวิตหลากรสชาติหลายรูปแบบมากที่สุด สรุปก็มี

  • ความรู้เกม Facebook อันนี้เป็นดาบที่ทรงคุณค่าในการทำงานต่อไปมากๆ (พร้อม Usability ที่ศึกษาตอนโปรเจคจบก็นำมาช่วยได้มาก คิดไม่ผิดที่ได้ทำด้านนี้ ใช้ประโยชน์ได้เห็นๆ)
  • เจอปัญหาครอบครัวที่ร้ายแรงที่สุด ครั้งหนึ่งในชีวิต เพราะน้ำตาของแม่ ทำให้ผมเข้าใจเลยว่า ที่ผ่านมาผมไม่ได้เข้าใจจิตใจของท่านเลยแม้แต่น้อย ตั้งแต่นั้นมาผมเข้าใจทันทีว่าเราควรจะรักและเข้าใจคนที่ใกล้ตัวเรามากที่สุดมาตลอดชีวิตให้ได้ก่อนที่จะไปรักใครคนอื่นที่เราพึ่งจะรู้จักได้ไม่กี่ปี
  • ผลพลอยได้จากปัญหาครอบครัว ทำให้ผมได้เรียนรู้ธรรมะไปโดยปริยาย มันก็ดีนะ แต่ผมรู้สึกว่าสิ่งที่ธรรมะสอนเรื่องการดูจิตตนเองอะไรแบบนั้น ผมเองมักจะทบทวนช่วงชีวิตที่ผ่านไปอยู่เสมอว่ามีปัญหาอะไร ทำไมเราตัดสินใจทำแบบนั้น แล้วเกิดผลอย่างไรอยู่แล้ว จึงไม่ค่อยตื่นเต้นกับธรรมะที่ได้เรียนรู้มากนัก แต่ก็ช่วยให้ focus ชีวิตได้ง่ายขึ้น ประมาณว่ามาถูกทางแล้วแน่นอนละมั้ง (จากนี้ไปชีวิตผมคงสลัดธรรมะให้หลุดไปจากชีวิตยากแน่ๆ หะๆ)
  • ได้ความรู้ด้านอื่นๆ ที่ไม่ใช่ programming มากมาย อาทิเช่น marketing, การ manage คน, process การทำงานของระบบต่างๆ จากที่เคยคิดแค่ว่าจะเป็นแค่ developer เขียนโปรแกรมสนุกๆ เข้าว่า ตอนนี้ความคิดอ่านเปลี่ยนไปมากทีเดียว
  • ได้ความรู้บัญชีพอสมควร (แต่ยังขอยืนยันว่า “กรูเกลียดบัญชี” เช่นเดิม)
  • เรียนรู้การใช้ชีวิตการทำงานร่วมกับเพื่อนๆ 4 คน มีทั้งความตื่นเต้น ความยินดี ความสนุก ความขัดแย้ง การดูแลตัวเอง เพราะต้องค้างที่ออฟฟิศตลอด นานๆ จะกลับบ้านซักที ความเห็นที่แตกต่าง สร้างการเรียนรู้ชีวิตได้มากจริงๆ
  • แดกเหล้าแดกเบียร์ (จนได้) หลังพยายามเลี่ยงไม่กินได้ตลอด 4 ปี จนเพื่อนที่เซนต์คาเบรียลมันบอกว่า “มึงอยู่มาได้ไงวะ โดยไม่เคยแดกเลยเนี่ย” แต่ก็ยังไม่เกิน 2 แก้ว ไม่อยากเมารั่วแบบกัต 55 ต้องแดกเพราะเข้างานสังคมก็เจอสถานการณ์บังคับจนได้
  • โตเป็นผู้ใหญ่ขึ้นมากที่สุด อย่างที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน
  • ความรัก? บอกได้แต่ว่า FAIL ครับ 55 แต่ก็ได้ประสบการณ์สิ่งที่ควรทำ และไม่ควรทำในอนาคตมาไม่น้อย แต่ตอนนี้โสด ยังไม่เห็นแสงในอนาคตเลยว่าจะเป็นยังไง 55 ทำงานดีกว่า ~~ ถือคติว่ายังไม่มีแฟนก็ยังไม่มีภาระ ทำงานได้เต็มสูบไม่ต้องกังวล อีกหน่อยมีครอบครัวจะทำงานเต็มที่แบบนี้ไม่ได้อีกแล้ว

ปิดตำนานปี 2009 ผมไม่คิดว่าปีต่อๆ ไปจะมีจุดเปลี่ยนอะไรได้มากเท่าปีนี้อีกแล้วละนะ คงต้องรอดูต่อไป~~ ชีวิตของคนเรานี้ช่างน่าอัศจรรย์ยิ่ง ขอทิ้งท้ายสำหรับใครที่บังเอิญผ่านมาอ่านว่า

“หากคุณได้ตัดสินใจอะไรในชีวิตลงไปแล้ว จงอย่าเสียใจกับสิ่งที่ทำลงไป หากแต่จงพอใจและมองว่าเราเรียนรู้อะไรได้จากสิ่งที่เราทำอยู่ได้บ้าง เท่านั้นชีวิตก็เป็นสุขแล้ว เราไม่ได้ล้มเหลว เราแค่มองข้ามข้อดีของการล้มเหลวครั้งนั้นว่าสอนอะไรเราได้บ้างก็เท่านั้น”

สุดท้ายนี้ ใครเจอปัญหาชีวิตอะไรก็ขอให้อย่ายอมแพ้ครับ บางทีการที่คุณหยุดเดินนั้นไม่ใช่ว่าคุณไปต่อไม่ได้ หากแต่คุณกลัวที่จะก้าวเดินต่อไป ทั้งที่จริงๆ แล้วบางทีแค่คุณก้าวไปข้างหน้าอีกก้าวเดียว คุณอาจจะเปลี่ยนจากคำว่า “ความล้มเหลว” เป็น “ความสำเร็จ” ได้ในทันทีแท้ๆ บางทีความล้มเหลวกับความสำเร็จมันก็แบ่งแยกด้วยเส้นบางๆ แค่เส้นเดียว ถ้าอดทนอีกซักนิด และเรียนรู้จากความล้มเหลวพร้อมก้าวไปข้างหน้าอย่างไม่หยุดยั้ง ซักวัน คุณจะได้พบกับความสำเร็จแน่นอนครับ 🙂

Advertisements

7 ความเห็น »

RSS feed for comments on this post. TrackBack URI

  1. เมพ !

  2. เช็ดดด สุโคร่ยยยย !!

  3. ประสบการณ์เยอะจริงๆ ดีจังที่ได้ย้อนดูตัวเองที่ผ่านมา

  4. เลียนแบบกู!! http://gatkung.exteen.com/20100115/2009-to-2010

  5. ประสบการณ์เยอะมากค่ะ ได้อะไรเยอะเลย ^^
    + อ่านของพี่โทแ้ล้วก็มานั่งนึกถึง 4 ปีของตัวเอง
    แล้วก็เลยรู้สึกเหมือนว่าถ้ามานั่งคิดสรุปว่าทำไรไปบ้างแบบพี่โท อาจจะเจออะไรบางอย่าง
    ขอรับวิธีไปใช้นะคะ 555

  6. ขอให้
    – หาแฟนดีๆซักคน หาไม่ยากร็อก กล้าๆหน่อย บางทีมันก็มาโดยไม่ทันตั้งตัว ลองมองๆหาจากที่ๆไปสัมมนาเนี่ยแหละ โชว์ภูมิเข้าไว้ ลองดูๆๆ ไม่เสียหาย
    – ดูแกเครียดๆไปว่ะ หาอะไรที่มันผ่อนคลาย พักผ่อนทำบ้าง อย่าง ดูหนัง, เที่ยว, กิน ฯลฯ เครียดมากไประวังเส้นเลือกในสมองแตกนา พักๆบ้างก็ได้ มีแต่เรื่องเครียดๆเอ็นทรี่นี้

  7. ตอบท่านหลุยส์ ปี 2009 นี้นอกจากปัญหาครอบครัวแล้ว อย่างอื่นกูไม่คิดมากเท่าไหร่หรอก ปี 2008 กดดันกว่ามาก (แม้ความจริงแล้วปีนั้นจะไม่ใช่จุดเปลี่ยนชีวิตก็ตาม แต่ตอนนั้นกดดันตัวเองกว่าปี 2009 ด้วยซ้ำไป ประมาณว่ากูทำไรไม่เห็นจะได้เรื่องซักอย่าง) ตอนนี้คิดว่าจัดสมดุลชีวิตพอได้ ยังไม่ perfect แต่กูก็โอเคกับสิ่งที่เป็นอยู่ ความสุขและการพักผ่อนของกูคือการกลับบ้านแหละเพื่อน


ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

บลอกที่ WordPress.com .
Entries และ ข้อคิดเห็น feeds.

%d bloggers like this: