งาน AOSS2007 วันที่สอง

ธันวาคม 8, 2007 ที่ 3:53 pm | เขียนใน บันทึกงานสัมนา | ใส่ความเห็น
ป้ายกำกับ: , , , , , , , ,

เขียนบันทึกย้อนหลัง รู้สึกแปลกๆ แต่ก็เขียนๆ ไป อยากเก็บไว้เป็นที่ระลึก เอิ๊กๆ วันนี้ถือเป็นวันสำคัญสำหรับผมทีเดียว

วันนี้ขี้เกียจไปฟัง intro ตอนเช้า เลยไปสายๆ หน่อย 10 โมงปรากฏว่าตารางเลทอีกแล้ว – -” มาฟังเรื่อง codefest ที่จัดวันที่ 5-6 ที่อุทยานวิทยาศาสตร์ อารมณ์คล้ายๆ ตอนฟักูเกิ้ลแฮะ แถมด้วยรูปในงาน พบว่าเหมือนค่าย Exceed ของเราไม่มีผิด เอิ๊กๆ (ไอ้คนถ่ายก็ชอบถ่ายจัง ไอ้ภาพคนนอนตายหลังทำงานหนักเนื่ย เหอๆ เป็นงี้ทุกงาน) ต่างกันแค่อย่างเดียวคือตอน present เค้าจะมี powerpoint ดูเป็นทางการในการ present ผลงาน

10 โมงครึ่ง อาจารย์ภุชงค์มาพูดในฐานะประธานไทยกริด (ไอ้เราก็พึ่งเห็นในตารางว่าคนพูดคือคนสอนวิชา OS ให้เรานี่เอง ฮ่าๆๆๆ) โชว์พลังประมวลผลภาพจำลองคลื่นซึนามิในรูปแบบภูมิประเทศ ดูดีไม่ใช่น้อย (แต่สำเนียงอังกฤษจารย์ ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ :P) จารย์พูดจบก็พักกินกาแฟ จะไปทักก็ไม่ได้ทักซักที เพราะไปทีไรจารย์แกติดคุยกะคนอื่นเรื่องงานตลอด สุดท้ายจารย์ก็คงไม่รู้ว่าเราไปงานนั้นด้วย เหอๆ

11 โมงโทรหาหมี มันพึ่งตื่นอีกแล้ว – -” มันเลยขี้เกียจไปแล้ว และแล้วผมก็ต้องฟังตามลำพังคนเดียวอีกแล้วเหอๆ (ชินซะละ) ฟัง Ruby ต่อโดย Mr.Eihiro Saishu อันนี้คีย์หลักที่ต้องการฟัง ก็ฟังๆ เค้าถามว่ามีใครรู้จัก Ruby บ้าง (ยกมือสามคน – -“) ถามต่อ ใครรู้จัก JRuby บ้าง (ยกมือ 1 คน) สงสารคนพูดสุดๆ – -” สไลด์เค้าส่วนใหญ่เป็นคำๆ ต่อหนึ่งหน้า กดเปลี่ยนหน้ายิกๆ เลย มีโชว์ว่า Ruby สามารถเปิด server บน iphone ได้ด้วย แล้วก็จบการพูดด้วยหน้าเศร้าๆ ผมก็มีคำถามอยากจะถามอยู่ พอแกจะเดินออกจากห้องเลยเดินไปหา ก็คุยกันนอกห้อง

Q: ทำไม Ruby ดีถึงขนาดนั้นแล้วพวกยักษ์ใหญ่อย่าง Google, Yahoo, Microsoft ถึงไม่ใช้?
A: Ruby มีปัญหาเรื่อง performance แต่ตอนนี้ก็ปรับปรุงแล้วและก็ทางกูเกิ้ลเองก็กำลังจะใช้อยู่ (อันนี้ไม่รู้ว่าพูดแก้ตัวป่าว)

Q: JRuby คืออะไร
A: มันคือ Ruby ที่สามารถเรียก class ของ Java ได้

ที่จริงผมสนใจ Ruby มากเพราะ syntax มันสั้น กระชับ และอ่านง่ายมากๆ (ถึงจะแค่ดูผ่านๆ ตาก็ตาม) และเนื่องจากเล่น Codeignitor แล้วประทับใจมากๆ เลยสงสัยไปถึงต้นตำรับที่ framework ที่ก๊อบมาซึ่งก็คือ Ruby on rails แต่ก็อดสงสัยไม่ได้จริงๆ ว่าทำไมพวกยักษ์ใหญ่ไม่ยักกะหันมาใช้ เลยมายิงคำถาม หลังจากนั้นเขาก็คุยๆ กับ

– พี่ him จาก Thai software engineer และก็คุยกะัผมว่า
พี่ him : “อ้าวน้อง ทำไมสนใจ Ruby ล่ะ”
ผม : “อ่อ พอดีเห็นมันเจ๋งดีอะครับ”
พี่ him: “นี่นามบัตรพี่ มีอะไรก็คุยกันได้นะ”
ผม: “แล้วอย่างถ้าผมจะไปฝึกงานบริษัทพี่ล่ะครับ?”
พี่ him: “ดีเลยๆ พี่ยินดีอย่างมาก แต่ก่อนไปฝึกก็ควรจะเขียน Ruby เป็นซะก่อนนะ อย่าลืมติดต่อพี่ด้วย”
เจ๋งมาก อึ้งไม่ใช่น้อย เหอๆ

– พี่ pphetra จากบอร์ด codenone ที่ตอบคำถามRuby ในบอร์ดอยู่ พูดประมาณว่า “พี่อยู่บอร์ด codenone นะน้อง รุ่นเดียวกะมาร์คอะ มีไรก็ไปโพสต์ที่เว็บได้นะน้อง พี่ยินดีมาก ที่จริงน่าจะเจอน้องตั้งแต่ก่อนงาน codefest นะเนี่ย จะได้ชวนไปแข่งด้วย” เหอๆ กระผมยังเขียน Ruby ไม่เป็นเลยค้าบบ~~

– ดร.ชุมพล จากเนคเทค พูดประมาณว่า “เดี๋ยวผมให้นามบัตรไว้ละกัน เผื่อติดต่อ” แล้วก็เดินจากไปอย่างรวดเร็ว เอิ๊ก O_O

– อาจารย์มหาลัยซักที่ที่บอกว่าปีหน้าจะเอา Ruby on rails ลงหลักสูตร (เหอๆ) คนนี้ไม่ได้คุยด้วย

สุดท้าย Mr.Eihiro ขอนามบัตรผม แหม่ เป็นแค่นักศึกษาไม่มีนามบัตรอะครับ ก็เลยได้เขียนเมล์ให้เขาไปแทน แล้วก็ได้นามบัตรมาด้วย แถมได้ถ่ายรูปรวมกะเขาด้วยอีกต่างหาก เป็นปลื้มสุดๆ ตอนนั้น 😀 ที่จริงก็มีคิดจะหาคนคุยเผื่อมีช่องทางฝึกงานเหมือนกัน แต่วันนั้นนับว่าได้ผลเกินคาดมากๆ O_O

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า จงพูดมากๆ เข้าไว้ ไม่จำเป็นต้องรู้อะไรจริง ขอแค่เป็นคนที่มีความอยากรู้อยากเห็นอยู่ในตัวก็สามารถได้ที่ฝึกงานได้ง่ายๆ หุหุ ^^

จากการคุยๆ กะคนอื่นเรื่อง Ruby ทำให้ไม่ได้ฟัง section ต่อมาที่คนพูดเป็นคนหนุ่มจาก S&P เลย แต่ก็ช่างมัน ฮ่าๆ ช่วงกินข้าวได้คุยกับพี่ him อีกที ดูเหมือนจะอยากได้ผมไปฝึกงานที่บริษัทมากๆ (อึ้งๆ อีกแล้ว…) ตบท้ายด้วยคำบ่นเล็กๆ น้อยๆ ที่ว่าเด็กสมัยนี้ถามว่าถนัดอะไรแม่งตอบ Java แทบทุกคน ไม่มีใครตอบถนัด network ไรงี้เลย เหอๆ ก็มันอยู่ในหลักสูตรมาตรฐานนี่เนอะ ทำไงได้… ที่โต๊ะเดียวกันก็มีพี่จาก nectec คนนึงดูเหมือนจะเป็นหนึ่งในผู้จัดงานนี้บ่นๆ ว่าไอ้พวกแขกที่เชิญมางานแบบมีจดหมายเชิญจริงๆ จังๆ มันหายไปไหนหมดไม่รู้ สงสัยไปเที่ยวกันหมด เหอๆ (แต่คนน้อยจริงๆ ทั้งๆ ที่เป็นงานระดับเอเชียนะเนี่ย) และพี่เขาก้อบอกว่าดร.ชุมพลทำงานกะเขาดีมาก และจนตอนนี้ หลังจากที่ลังเลอยู่พักใหญ่ๆ สุดท้ายก็เลือกไปฝึกงานที่ nectec ครับ (ส่งเมล์ไปวันเดียว บอกว่าอยากฝึกงานเกี่ยวกับ Web Application ตอบกลับทันที แถมบอกว่าจะมาเดือนนี้เลยก็ได้ จอร์จ… อึ้งอีกแล้วตู…)

– ช่วงบ่ายเป็นไมโครซอฟต์มาพูดโดย Mr.Oliver R. Bell แปลกๆ มะ ไมโครซอฟต์ในงานโอเพ่นซอร์ส??? แถมมีบูทโฆษณาให้ซื้อ license ในงานอีกแน่ะ (วิทยากรคนนึงก็งงว่ามาได้ไงหว่า เหอๆ สงสัยเงินหนัก…) มาพูดตอนแรกขึ้นมากว่า
“Why we are here?” หลังจากนั้นก็เน้นและย้ำหลายรอบว่า
“ศัตรูของเราไม่ใช่โอเพ่นซอร์ส ศัตรูของเราไม่ใช่โอเพ่นซอร์ส” เหอๆ แล้วก็ต่อว่า
“การแข่งขันทำให้เรามีการพัฒนาซอฟต์แวร์ในทางที่ดียิ่งขึ้น และผลประโยชน์จะตกอยู่กับผู้บริโภคในที่สุด”
“เรามีพันธมิตรหลายเจ้าที่เป็นโอเพ่นซอร์ส” ว่าแล้วก็ขึ้นโชว์สไลด์โลโก้บริษัทต่างๆ
“เรายินดีรับบุคลากรทางโอเพ่นซอร์สเข้าทำงานกับเราเสมอ จะไม่มีการกีดกั้นแต่อย่างใด อีกทั้งเรายังมี lab ที่เปิดมาเพื่อการนี้โดยเฉพาะ”
สรุปแล้วเหมือนจะพยายามแก้ภาพลักษณ์ให้ไมโครซอฟต์มากๆ แต่ก็นะ ถ้าผมเป็นตัวแทนไมโครซอฟต์แล้วต้องมา present ในงานนี้ผมก็คงจำเป็นต้องพูดแบบเดียวกัน ขืนมาโฆษณาขายของคงโดนถีบลงจากเวทีแน่ๆ เอิ๊กๆ

หัวข้อต่อมา EIU ขี้เกียจฟัง เลยมาคุยๆ บู๊ท Mambo, Joomla ประเทศไทย(บริษัทเดียวกัน) ถามลักษณะทั่วไปของ Joomla ก็เกิดเรื่องตลกได้ความว่า Joomla มันแยกออกมาจาก Mambo code ก็เหมือนๆ กันแหละ module ใช้ร่วมกันได้เลย “ถ้าผมจะใช้ Joomla ให้ลูกค้าคนไหน ผมยังต้องคิดหนักเลยว่าจะใช้ดีหรือเปล่า เพราะ bug เยอะจริงๆ” เจ้าหน้าที่ของบริษัทตัวแทนที่บู๊ทบอก เหอๆ ผมเลยถามไปว่า Joomla เห็นได้รางวัลนี่นา เขาบอกว่า “อ่อ Joomla มันใช้การแพร่ข่าวหลอกผู้ใช้ว่า Mambo ทำนู้นนี้แล้วเสียตัง ซึ่งจริงๆ ไม่เสีย ทำให้คนหันมาหา Joomla เยอะ” เอาเข้าไปเหอๆ “วิทยากรที่จะมาพูดวันนี้ คนในทีมมันบ่นกันจะตายว่าทำไมไม่ให้ตัวเองไป จริงๆมันอยากมาพูด เพราะอยากมาเที่ยวเมืองไทยกันทั้งนั้นแหละ” เที่ยวอีกแล้วครับท่าน เอิ๊กๆ 😛 ขนาดตัวแทนประเทศไทยยังพูดแบบนี้เลยนะเนี่ย เหอๆ
และแล้วหัวข้อ Joomla จริงๆ ก็เริ่มบรรยายโดย Mr. Samuel Moffatt พูดเร็วโคตรๆ ฟังออกแค่ว่า “last but not least” ประมาณ 4-5 รอบได้ ที่เหลือบ่นไรไม่รู้… เหอๆ แล้วสุดท้ายก็ถามว่ามีใครมีคำถามไหม ก็พลังไทยเงียบบังเกิดอีกแล้วครับ (ที่จริงน่าจะเกิดจากฟังไม่รู้เรื่องกันมากกว่า) คนพูดมันก็เลยงงๆ ว่าทำไมไม่มีคนถามเลยฟะ (ตอกย้ำอารมณ์ห้องเรียนอีกแล้ว เอิ๊กๆ)

หลังจากนั้นก็มีตัวแทนสรุปโอเพ่นซอร์สจากประเทศต่างๆ มาสรุปแยกกันตามประเทศตัวเอง มีคนนึงพูดบอกว่า “โอเพ่นซอร์สเหมาะแก่การศึกษามาก หากให้เด็กศึกษาซอฟแวร์ลิขสิทธิ์แล้ว ก็เหมือนกับให้เด็กดูรถคันนึงซึ่งประกอบมาเสร็จสรรพแล้ว แต่ไม่เห็นเลยว่าโครงสร้างภายในเป็นอย่างไร แล้วเด็กจะมีการเรียนรู้ที่ดีได้อย่างไร” ชอบคำพูดประโยคนี้จัง แต่จำไม่ได้แล้วว่าเค้าเป็นตัวแทนประเทศไร ศรีลังกาป่าวหว่า ลืมแฮะ…

ฟังยังไม่ทันจบก็เบื่อๆ หาวๆ รอ Lucky draw เลยมาเล่น Wii กะคนอื่นที่บู๊ท คราวนี้เล่นชนะเยอะแฮะ คนข้างบอกว่าเป็นคนเก่งไปเลย (ก็หมีมันไม่อยู่นี่หว่า ฮ่าๆ) ชกมวยคราวนี้ชกกะคนมั่วๆ เหมือนกัน ตอนนี้พอจะออกหมัดเป็นเสต๊ปได้เลยซัดซะขาดลอย คนข้างๆ ที่ดูอยู่บอกว่า “ทำไมมวยวัดมันโดยซัดอยู่ข้างเดียวอย่างนั้นวะ” 😛 แต่วันรุ่งขึ้นก็ปวดแขนเพราะเกมชกมวยอีกแล้ว(ออกแรงมากไปแหง :P) ตอนไปเล่นบ้านเพื่อนก็อาการเดียวกัน

สุดท้าย Lucky Draw ลืมบอกไปว่าทุกครั้งที่จบ Session อะไรก็แล้วแต่วันนี้จะมีพิธีกรมาคอยเตือนว่าอย่าลืม Lucky Draw นะทุก Session (เหอๆ ประสบการณ์จากเมื่อวาน) ทำให้วันนี้จับรางวัลแล้ว ค่อยมีคนอยู่คอยรับรางวัลเยอะหน่อย ดูดีกว่าเมื่อวานมาก

เหนื่อยแหะ – -” พิมพ์ยาว เสียเวลาไปเยอะ แต่ก็อยากพิมพ์ให้จบๆ ไป ที่จริงมีไปงาน Ruby ของ Sipa มาอีกงาน แต่งานนั้นไม่ได้คุยกะพิธีกร(หมดมุขคำถามไปแล้ว) เลยไม่มีอะไรพิเศษ แต่ก็ได้รู้อะไรเกี่ยวกับ Software Process กะ Tools ในการช่วยการทำงานเป็นทีมมากมาย คุ้มมากทีเดียว

วันนี้เหนื่อยแระ พรุ่งนี้ค่อยพิมพ์ต่อ จะเป็นงาน Adobe Thailand ที่ไปมาวันนี้ (ตะลอนไปทั่วจริงๆ เรา เหอๆ ) หยุดหกวันเสียเวลาไปกับการบ้าน OOC เพลินเลย นี่ก็เหลือแค่สองวันแล้วหรือนี่ – -“

Advertisements

ให้ความเห็น »

RSS feed for comments on this post. TrackBack URI

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

สร้างเว็บไซต์หรือบล็อกฟรีที่ WordPress.com.
Entries และ ข้อคิดเห็น feeds.

%d bloggers like this: